R D channel

ข่าวสาร วิทยาศาสตร์ วิจัย นวัตกรรม

วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

สวทช.-ธกส.-กรมหม่อนไหมอัดนวัตกรรมสินเชื่อชูไหมไทย

 สวทช.-ธกส.-กรมหม่อนไหมอัดนวัตกรรมสินเชื่อชูไหมไทย

 

สวทช. ผนึกกรมหม่อนไหม และ ธ.ก.ส. ชูนวัตกรรมยกระดับอุตสาหกรรมสิ่งทอไทยสู่มาตรฐานสากล เพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจชุมชน

 




สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) ร่วมกับ กรมหม่อนไหม (มม.) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือส่งเสริมการใช้วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมในการพัฒนาสิ่งทอ เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ณ สำนักงานใหญ่ บางเขน กรุงเทพฯ



นายศรัญญู พูลลาภ อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่าความร่วมมือครั้งนี้กรมหม่อนไหมจะเป็นผู้ชี้เป้าหมาย สวทช. นำเทคโนโลยีและนวัตกรรม ธ.ก.ส. เป็นแรงขับเคลื่อนเงินทุนและโอกาสเพื่อให้เกษตรกรนำนวัตกรรมไปใช้จริงในเชิงพาณิชย์ เปลี่ยนสถานะจากผู้ผลิตวัตถุดิบสู่การเป็นผู้ประกอบการนวัตกรรมที่ยืนหยัดได้อย่างภาคภูมิใจในเวทีโลก

นายศรัญญูกล่าวอีกว่า กรมหม่อนไหมมุ่งรักษามรดกทางวัฒนธรรมควบคู่กับการยกระดับรายได้เกษตรกรด้วยการวิจัยและพัฒนา ปัจจุบันขยายผลหลายมิติ อาทิ การพัฒนาพันธุ์หม่อนไหมให้ทนต่อสภาพภูมิอากาศ การวิจัยเส้นไหมคุณสมบัติพิเศษสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต การสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้ เพื่อให้ผ้าไหมไทยก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมและเติบโตอย่างยั่งยืนความร่วมมือกับ สวทช. และ ธ.ก.ส. คือการสร้างอนาคตให้กับอุตสาหกรรมหม่อนไหมไทยอย่างแท้จริง




ดร.สมบุญ สหสิทธิวัฒน์ รองผอ. สวทช. กล่าวว่าชความร่วมมือนี้เป็นการขยายผลสำเร็จของสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) ในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ ครอบคลุม 5 จังหวัด ได้แก่ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ยโสธร สุรินทร์ และศรีสะเกษ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตผ้าไหมทอมือที่มีภูมิปัญญาและลวดลายเอกลักษณ์ แต่ประสบปัญหาต้นทุนการผลิตสูง คุณภาพไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด สวทช. จึงบูรณาการกับพันธมิตร สถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐในท้องถิ่น ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ และธ.ก.ส. นำนวัตกรรมเข้าแก้ปัญหาตลอดห่วงโซ่การผลิต สอดคล้องภารกิจสร้างชาติด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ภายใต้กลยุทธ์ S&T Implementation for Sustainable Thailand นำงานวิจัยไปขับเคลื่อนเศรษฐกิจและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนไทย



สวทช. นำเทคโนโลยีสิ่งทอพร้อมใช้ ไปถ่ายทอดให้ชุมชน ตั้งแต่โรงเลี้ยงหนอนไหมวัยอ่อน เอนไซม์ลอกกาวไหม การสกัดและการย้อมสีธรรมชาติ การพัฒนาลวดลายอัตลักษณ์ชุมชุน นาโนเทคโนโลยีสำหรับเคลือบเพิ่มคุณสมบัติพิเศษ ซึ่งช่วยให้ผ้าไหมทอมือมีคุณภาพมาตรฐาน เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน สร้างรายได้ที่ยั่งยืน การลงนามครั้งนี้เป็นการขยายผลการทำงานร่วมกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมผ้าไหมไทยในวงกว้าง” ดร.สมบุญกล่าว




นายฉัตรชัย ศิริไล ผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้ ธ.ก.ส. สนับสนุนเกษตรกรรุ่นใหม่ในฐานะ Change Agent ขับเคลื่อนห่วงโซ่หม่อนไหมไทยให้ทันสมัย สนับสนุนองค์ความรู้และกลไกทางการเงินอย่างครบวงจร โดยสนับสนุนสินเชื่อปลูกหม่อนเลี้ยงไหม สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อให้นำนวัตกรรมไปใช้ได้จริง ช่วยเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ด้วยการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ ขยายช่องทางตลาดผ่านแพลตฟอร์มของธนาคาร เช่น A Product และ BAAC Matching โดยจะเริ่มนำร่องในพื้นที่ทุ่งกุลาร้องไห้ และ จ.น่าน เพื่อให้เยาวชนและเกษตรกรสืบทอดอาชีพหม่อนไหมได้อย่างยั่งยืน มีมาตรฐานในเวทีการค้าโลก

ภายในงานยังมีการจัดแสดงนิทรรศการองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านสิ่งทอ การนำเสนอต้นแบบผลิตภัณฑ์ในรูปแบบแฟชั่นโชว์ การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ได้รับการยกระดับด้วยวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ( วทน.)

 

#นวัตกรรมสิ่งทอไทย

 


วันพุธที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

ทดสอบปืนกลมือเก็บเสียง MI-9 SMG สทป.ส่งมอบDSI

ทดสอบปืนกลมือเก็บเสียง MI-9 SMG สทป.ส่งมอบDSI 

ยิงทดสอบอาวุธปืนกลมือMI-9 SMG ผลงาน สทป.ส่งมอบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ยกระดับการพึ่งพาตัวเอง ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ

 



สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ(สทป.) ได้ร่วมยิงทดสอบอาวุธปืนกลมือ ขนาด 9 มิลลิเมตร รุ่น MI-9 SMG พร้อมอุปกรณ์ท่อลดเสียง 36 ชุด ตามสัญญาส่งมอบให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สนามยิงทดสอบ ศูนย์ฝึกยุทธวิธีตำรวจกลาง ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา โดย พลเอก นภนต์ สร้างสมวงษ์ ประธานสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.)  ร้อยตำรวจเอก วิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พลเอก กู้เกียรติ ศรีนาคา  ที่ปรึกษา ผู้บริหาร สทป. เป็นสักขีพยานการทดสอบ โดย กองสรรพาวุธสำนักงานส่งกำลังบำรุง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้ทดสอบ




ผลการทดสอบเป็นไปตามเกณฑ์ ได้แก่ 1) การทำงานของกลไก 2) ความแม่นยำในการยิงระยะ 10 เมตร และ 15 เมตร 3) ระบบกลความทนทานเมื่อยิงต่อเนื่องโดยไม่หยุดพัก 4) การทดสอบปืนที่ติดตั้งอุปกรณ์ท่อลดเสียงต้องไม่ติดขัดระหว่างการยิงแต่ละนัด



ปืนกลมือขนาด 9 มิลลิเมตร รุ่น MI-9 SMG ใช้ระบบปฏิบัติการแบบแรงสะท้อนถอยตรง มีพานท้ายให้เลือก 2 รูปแบบ ได้แก่ พานท้ายแบบ LE และพานท้ายแบบ PDW กะทัดรัด คล่องตัวสูง น้ำหนักเบา เป็นปืนมาตรฐานตามหลักนิยมการฝึกของกองทัพไทย ผู้ใช้งานเกิดความคุ้นเคยกับอาวุธปืนรุ่นนี้ ไม่ต้องฝึกเพิ่มเติม บำรุงรักษาได้ง่าย โอกาสปืนติดขัดต่ำ ชิ้นส่วนเคลื่อนไหวน้อยกว่า น้ำหนักเบาถึง 2.6 กิโลกรัม เป็นตัวเลือกที่เหมาะแก่การใช้งานในหลายสถานการณ์




สทป.ได้ผลิตประกอบรวมอาวุธปืนกลมือขนาด 9 มิลลิเมตร และผลิตท่อลดเสียงปืน รุ่น SHURIKEN 9 นวัตกรรมจากโครงการวิจัย พัฒนาอาวุธปืนและกระสุน เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ช่วยลดเสียงจากอาวุธปืน ที่เป็นอันตรายต่อการได้ยินของผู้ยิง การทดสอบท่อลดเสียงปืน รุ่น Shuriken 9 ช่วยลดเสียงปืนได้ 15% โดยเฉลี่ย เป็นระดับที่ไม่เป็นอันตรายต่อการได้ยินของผู้ใช้งาน การทดสอบภาคสนามเป็นไปตามมาตรฐาน ได้รับอนุสิทธิบัตรจากกรมทรัพย์สินทางปัญญา ยืนยันถึงคุณภาพของท่อลดเสียงปืน รุ่น Shuriken 9 เป็นยุทโธปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพสูง เป็นผลงานวิจัยพัฒนาร่วมกันระหว่างสทป. และ บริษัท อุตสาหกรรมผลิตอาวุธ จำกัด ผู้ร่วมทุนวิจัย

สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (สทป.) เป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีหน้าที่และอำนาจร่วมกับหน่วยงานภายนอกจัดตั้งองค์กรที่เป็นนิติบุคคล  สทป.ได้ร่วมกับภาคเอกชน จัดตั้งบริษัท อุตสาหกรรมผลิตอาวุธ จำกัด หรือ WMI ประกอบกิจการเกี่ยวข้องกับการผลิตและจำหน่ายอาวุธปืน ประเภทปืนเล็กยาวและปืนพก เพื่อยกระดับขีดความสามารถการพึ่งพาตัวเอง ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศอย่างยั่งยืน .

 


เร่งเครื่องปั้นนักจัดการทรัพย์สินทางปัญญาดันงานวิจัยสู่พาณิชย์

 

เร่งเครื่องปั้นนักทรัพย์สินทางปัญญาดันงานวิจัยสู่พาณิชย์

 

อว. ผนึก AITP ปั้นกำลังคนทรัพย์สินทางปัญญา ตั้ง 4 ศูนย์ฝึกอบรมทั่วประเทศ ดันงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์




ดร.พันธุ์เพิ่มศักดิ์ อารุณี รองปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 11 ก.พ. 69ว่า กระทรวง อว. และผู้บริหารสมาคมวิชาชีพนักจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและถ่ายทอดเทคโนโลยี (


Association of Intellectual Property and Technology Transfer Professionals: AITP) ได้หารือกับ Mr. Stephen J. Susalka ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสมาคมวิชาชีพผู้จัดการเทคโนโลยีในมหาวิทยาลัยระดับโลก (The Association of University Technology Managers: AUTM) เพื่อการพัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศ สร้างความพร้อมให้นักวิจัยไทยนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเป็นรูปธรรม 



รองปลัดกระทรวง อว. กล่าวว่า  AITP อยู่ระหว่างจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรม 4 แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหิดล มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อรองรับการพัฒนาบุคลากรด้านทรัพย์สินทางปัญญาและการถ่ายทอดเทคโนโลยีทั่วประเทศ ควบคู่กับการจัดทำหลักสูตรและมาตรฐานการฝึกอบรม คาดว่าจะเปิดหลักสูตรพื้นฐานได้เร็วๆ นี้




สำนักงานปลัดกระทรวง อว. ได้จัดตั้งสมาคม AITP เป็นศูนย์กลางพัฒนากำลังคนด้านทรัพย์สินทางปัญญาและการถ่ายทอดเทคโนโลยี ตั้งแต่ปี 2568 โดยร่วมกับองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) และ AUTM จัดงาน WIPO-AUTM International Knowledge and Technology Transfer Leadership Summit 2025 เมื่อวันที่ 17–21 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งได้รับการตอบรับและความร่วมมือจากหน่วยงานพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศเป็นอย่างดี

 

#นักจัดการทรัพย์สินทางปัญญา

 


วันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2567

SETA 2024สัปดาห์แห่งความยั่งยืน..ไปกัน

 SETA 2024สัปดาห์แห่งความยั่งยืน..ไปกัน

ยิ่งใหญ่ งานสัปดาห์แห่งความยั่งยืน SETA 2024 และ SustainAsia Week 2024  ดันไทยเป็นศูนย์กลางพลังงานของอาเซียนและเอเชีย



เริ่มแล้ว! งานใหญ่แห่งปี ในงานสัปดาห์แห่งความยั่งยืน SETA 2024 และ  SustainAsia Week 2024 ภายใต้แนวคิดLow Carbon & Sustainable ASEAN Economy ระหว่างวันที่ 15 - 17 สิงหาคม 2567 ณ ฮอลล์ EH100 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ จัดโดย บริษัท แกท อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ได้แก่ กระทรวงพลังงาน สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงคมนาคม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรุงเทพมหานคร และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

 ศ.ดร.พิสุทธิ์ เพียรมนกุล ประธานการจัดงาน SETA 2024 และ SustainAsia Week 2024 กล่าวว่า เวทีนี้เป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านพลังงานสะอาดและนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน เพื่อรับมือกับสถานการณ์ในยุคที่อุตสาหกรรมพลังงานกำลังเผชิญกับความท้าทายในการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากกระบวนการผลิต และผลักดันการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2040 เทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนฯ (CCS) และเทคโนโลยีการดักจับก๊าซคาร์บอน การใช้ประโยชน์และการกักเก็บก๊าซคาร์บอนฯ (CCUS) จะมีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่เป้าหมาย งานนี้เป็นโอกาสที่ไทยและนานาชาติจะได้แลกเปลี่ยนข้อมูลความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ส่งเสริมการใช้พลังงานไฟฟ้าสะอาดและไฟฟ้าสีเขียว ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ลดมลพิษ และสร้างความยั่งยืนด้านพลังงานและเศรษฐกิจ  ในงานนี้ มีผู้ร่วมแสดงนิทรรศการมากกว่า 300 บริษัท จาก 50 กว่าประเทศทั่วโลก

ภายในงาน ได้จัดนิทรรศการเทคโนโลยีด้านพลังงานและการขนส่งยุคใหม่สุดล้ำ และการประชุมสัมมนาวิชาการเกาะติดเทรนด์สุดฮอตของโลก ไฮไลท์สำคัญ การประชุม Asia CCUS Network Forum ครั้งที่ 4 ผลักดันเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนของประเทศในภูมิภาค พร้อมเปิดเวที โครงการขับเคลื่อน มองไกล เพื่อชุมชนที่ยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีพลังงานสะอาด หนุนท้องถิ่นมีส่วนร่วมสร้างสังคมคาร์บอนต่ำ พร้อมการจัดงาน 7 งานภายใต้แนวคิดหลัก Low Carbon & Sustainable ASEAN Economy ประกอบด้วยงานดังนี้

1.) งานแสดงพลังงานและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนแห่งเอเชีย (Sustainable Energy Technology Asia 2024 : SETA 2024)

2.) งานแสดงเทคโนโลยีแสงอาทิตย์และระบบการกักเก็บพลังงาน (Solar+Storage Asia 2024 : SSA 2024)

3.) งานยานยนต์อนาคตของเอเชีย(Sustainable Mobility Asia 2024 : SMA2024)

4.) งานฟอรั่มในระดับรัฐมนตรีและระดับผู้นำ ในภาคตะวันออกและอาเซียน The Fourth Asia CCUS Network Forum (ACNF#4) จัดภายใต้ความร่วมมือของกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรม (METI) ประเทศญี่ปุ่น และสถาบันวิจัยเศรษฐกิจแห่งอาเซียน ERIA และ IEEJ ประเทศญี่ปุ่น

5.) งานประชุมวิชาการเรื่องเซลล์แสงอาทิตย์ไทย ครั้งที่ 1 (The Thai Photovoltaic Science and Engineering Conference :Thai PVSEC-1) โดยคณะกรรมการ PVSEC-36 สมาคมอุตสาหกรรมเซลล์แสงอาทิตย์ไทย และ SETA เพื่อสร้างเวทีนําเสนอผลงานทางวิชาการเพื่อการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ ของ ประเทศไทย และการเตรียมความพร้อมสําหรับการจัดงาน PVSEC ครั้งที่ 36 โดยประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน

6.) Energy job fair : Energy Job Fair เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้ค้นหางานที่น่าสนใจกว่า 5,000 ตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน, พลังงาน CSR และเทคโนโลยี พร้อมด้วยกิจกรรมให้ความรู้อย่างและตัวช่วยในการสมัครงาน (Resume Clinic) จาก Jobsdb by SEEK และไฮไลท์ที่น่าสนใจอีกมากมาย

7.) Sustainable Day : Leave Your Carbon Behind, Not People. พื้นที่กิจกรรมและเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนในแง่มุมของธุรกิจกับความยั่งยืนว่า ในโลกที่เผชิญกับวิกฤตการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมหรือเศรษฐกิจก็ตาม กลุ่มคนที่มีรายได้น้อยหรือมีความเปราะบางทางสังคมจะได้รับผลกระทบก่อนเป็นกลุ่มแรกเสมอ พื้นที่กิจกรรมนี้จึงตอกย้ำความตั้งใจที่ว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสามารถก้าวไปพร้อมกับสิ่งแวดล้อม และผู้คนในสังคมได้อย่างยั่งยืนโดยไม่จำเป็นต้องทิ้งใครไว้ข้างหลัง

เวทีที่น่าสนใจ คือ โครงการขับเคลื่อน มองไกล เพื่อชุมชนที่ยั่งยืนด้วยเทคโนโลยีพลังงานสะอาด (Empowering Communities: Engaging Citizens in Local Sustainability Initiatives) โดยทำโปรแกรมให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อการตระหนัก เรียนรู้ และนำไปใช้ต่อยอดได้จริง ในการใช้เทคโนโลยีทันสมัยเพื่อพลังงานสะอาด เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนไปพร้อมกับทุกภาคส่วนในการสร้างสังคมคาร์บอนต่ำอย่างแท้จริง

ติดตามความเคลื่อนไหวที่เว็บไซต์ www.setaasia.com www.SolarStorageAsia.com และ www.sustainasiaweek.com

วันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2567

วช.โชว์โดรนแปรอักษรช่วงหยุดวันแม่แห่งชาติ

 วช.โชว์โดรนแปรอักษรช่วงหยุดวันแม่แห่งชาติ

วช.นำทีมโดรนลงหาดชะอำ ร่วมกับ เทศบาลเมือง ททท.เพชรบุรี  เปิดน่านฟ้า อวดนวัตกรรมโดรนแปรอักษร 500 ลำ ฉายภาพสัญลักษณ์แหล่งท่องเที่ยว เสริมกิจกรรมหยุดยาววันแม่แห่งชาติ


สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ(วช.) เทศบาลเมืองชะอํา สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเพชรบุรี พร้อมด้วยสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ นำการแสดงบินโดรนแปรอักษรขึ้นเหนือท้องฟ้าบริเวณหาดชะอำ เพื่อร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบุรี โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผอ.สำนักงานการวิจัยแห่งชาติเป็นประธาน  นายพิศิษฐ์ มิตรเกื้อกูล นายกสมาคมกีฬาเครื่องบินจำลองและวิทยุบังคับ ควบคุมการจัดแสดงบินโดรนแปรอักษรที่บริเวณหาดชะอำ จ.เพชรบุรี เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2567  ซึ่งเป็นช่วงวันหยุดต่อเนื่องเทศกาลวันแม่แห่งชาติ





ดร.วิภารัตน์ กล่าวเทคโนโลยีโดรนและการพัฒนาซอฟต์แวร์การสั่งงานโดรนแปรอักษร ได้สร้างโอกาสของการนำนวัตกรรม การใช้ประโยชน์ด้านการท่องเที่ยว ที่ได้มีการตอบรับที่ดีจากจ.เพชรบุรี

นางทนาดา วิจักขณะ รอง ผอ.ททท.สำนักงานเพชรบุรี กิจกรรมโดรนเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวครั้งนี้จะกระจายรายได้สู่ประชาชน เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจ.เพชรบุรี


การแสดงบินโดรนครั้งนี้เป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยว จัดแสดงบินโดรนแปรอักษรมากกว่า 500 ลำ แบ่งการแสดงเป็น 2 ชุด  ได้แก่ ภาพชุดการแสดงที่ 1) ภาพเรือใบ ภาพดำน้ำดูปะการัง ภาพม้าน้ำ ภาพกระทรวง อว. ภาพ วช. ภาพเทศบาลเมืองชะอำ ภาพ จ.เพชรบุรี และ ภาพ amazing Thailand ต่อด้วย ภาพชุดการแสดงที่ 2) อาทิ ภาพบอลลูน ภาพม้าหมุน ภาพชิงช้าสวรรค์ ภาพรถไฟเหาะ ภาพส่งกำลังใจให้นักกีฬา ภาพเทศบาลเมืองชะอำ เป็นต้น การแสดงบินโดรนในครั้งนี้ ได้แสดงถึงสัญลักษณ์ของพื้นที่และแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดเพชรบุรีที่สร้างความตื่นตาตื่นใจแก่นักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่ มีประชาชนมารอชมนวัตกรรมโดรนแปรอักษรฝีมือคนไทยในช่วงวันหยุดเทศกาลวันแม่ต่อเนื่องจำนวนมาก


การจัดกิจกรรมครั้งนี้ นายนุกูล พรสมบูรณ์ศิริ นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ นายฤกษ์ อยู่ดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.)จ.เพชรบุรี นางทนาดา วิจักขณะ รอง ผอ.ททท.สำนักงานเพชรบุรี และผู้ทรงคุณวุฒิจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เข้าร่วม

ชลประทานนำงานวิจัย วช.จัดการลุ่มน้ำ

 ชลประทานนำงานวิจัย วช.จัดการลุ่มน้ำ

วช. ร่วมกับกรมชลประทาน นำผลงานวิจัยเป็นเครื่องมือบริหารจัดการน้ำ ในพื้นที่ลุมน้ำสำคัญ ภายใต้ MOU และกรอบความร่วมมือ


รายงานข่าวแจ้งว่า ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผอ.สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และนายชูชาติ รักจิตร อธิบดีกรมชลประทาน ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ การขยายผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ด้านบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ขับเคลื่อนและขยายผลงานวิจัยด้านการบริหารจัดการน้ำของประเทศ ที่กรมชลประทาน  เมื่อวันที่ 9 สค.67

ลงนาม

ดร.วิภารัตน์ กล่าวว่า วช.ได้สนับสนุนทุนเพื่อการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ (Research Utilization: RU) ต้องการความร่วมมือในการขยายผลงานวิจัยจากกรมชลประทาน รวมถึงหน่วยงานเครือข่าย เช่น มหาวิทยาลัยที่เป็นต้นทาง ในการทำงานควบคู่กันเพื่อพัฒนาการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การบูรณาการทุกมิติ เช่น การวางแผนการใช้น้ำผ่านกลไกความร่วมมือในการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ เพื่อให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม

นายชูชาติ กล่าวว่า กรมชลประทาน พร้อมขับเคลื่อน ขยายผลงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์ด้านบริหารจัดการทรัพยากรน้ำอย่างเป็นระบบ มีนโยบายการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ บูรณาการเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำ แก้ไขปัญหาให้กับประชาชนอย่างรวดเร็วและทั่วถึง ลดผลกระทบที่จะเกิดอย่างทันท่วงที

รศ. ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์

รศ. ดร.สุจริต คูณธนกุลวงศ์ ผอ.แผนงานการนำผลงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ (RU) ด้านการบริหารจัดการน้ำ วช. กล่าวว่าการลงนามครั้งนี้ เพื่อร่วมมือกับกรมชลประทานต่อยอดผลสำเร็จจากแผนงานยุทธศาสตร์เป้าหมายด้านสังคม แผนงานการบริหารจัดการน้ำ มีกลไกการกำกับ สนับสนุนการทำงานร่วมกัน เพื่อการถ่ายทอดผลสำเร็จของโครงการวิจัยและนวัตกรรม ดำเนินการร่วมกันกับหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลอง และโครงการชลประทานวังบัว เป็นตัวอย่างที่จะทำให้เกิด feedback ที่จะนำมาพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมให้ตรงกับบริบทการทำงานที่หน้างาน เพื่อง่ายต่อเจ้าหน้าที่ในช่วงสามปีจากนี้ไป

บันทึกข้อตกลงดังกล่าวฯ เป็นการร่วมมือของสองหน่วยงาน เพื่อขับเคลื่อนและขยายผลงานวิจัยด้านบริหารจัดการทรัพยากรน้ำไปสู่การใช้ประโยชน์เพื่อเพิ่มความสามารถและพัฒนากลไกในบริหารจัดการน้ำระดับในระดับหน่วยงานที่จะเชื่อมโยงถึงท้องถิ่น – จังหวัด-ลุ่มน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำระดับประเทศให้ดีขึ้น

วันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2567

12 สค.ฝนดาวตกคืนวันแม่

 12 สค.ลุ้นฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์คืนวันแม่

สดร. (NARIT) ชวนชมปรากฏการณ์ฝนดาวตกวันแม่ (เพอร์เซอิดส์) ประมาณ 100 ดวงต่อชั่วโมง คืนวันแม่ 12 สิงหาคม ถึงรุ่งเช้า 13 สิงหาคม 2567 หลังเที่ยงคืนเป็นต้นไป ไร้แสงจันทร์รบกวน หากฟ้าใสไร้ฝน ดูตาเปล่าได้ทุกภาค


นายศุภฤกษ์ คฤหานนท์ ผอ.ศูนย์บริการวิชาการและสื่อสารทางดาราศาสตร์ สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) เปิดเผยว่า คืนวันที่ 12 สิงหาคม 2567 จนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 13 สิงหาคม 2567 จะเกิดปรากฏการณ์ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ (Perseids Meteor Shower) หรือที่เรียกฝนดาวตกวันแม่ ศูนย์กลางการกระจายอยู่ในกลุ่มดาวเพอร์เซอุส ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ปีนี้คาดว่าอัตราการตกเฉลี่ยสูงสุดประมาณ 100 ดวงต่อชั่วโมง สังเกตได้ตั้งแต่เวลา 23:00 น. ของคืนวันที่ 12 สิงหาคม 2567 จนถึงรุ่งเช้าของวันที่ 13 สิงหาคม 2567


ปรากฏการณ์ปีนี้จะตรงกับช่วงดวงจันทร์กึ่งข้างขึ้น ช่วงค่ำยังมีแสงจันทร์รบกวน เวลาที่เหมาะสมสำหรับสังเกตการณ์ ช่วงหลังเที่ยงคืนเป็นต้นไป ที่ดวงจันทร์ตกลับขอบฟ้าไปแล้ว แนะชมบริเวณห่างจากตัวเมือง หรือที่ไม่มีแสงรบกวน วิธีการสังเกตฝนดาวตกที่ดีที่สุด คือ นอนชมด้วยตาเปล่า ตามทิศทางการกระจายตัวของฝนดาวตก หากสภาพอากาศดี ฟ้าใสไร้ฝน ก็ชมฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ได้ทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงฤดูฝน และมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ หากพลาดชมปรากฏการณ์ครั้งนี้ยังสามารถติดตามชมฝนดาวตกอื่น ๆ ได้ เนื่องจากเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี 


ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ เป็นฝนดาวตกที่มีความสว่างเป็นอันดับสองรองจากฝนดาวตกลีโอนิดส์ สังเกตเห็นได้ในช่วงระหว่างวันที่ 17 กรกฎาคม - 24 สิงหาคมของทุกปี แมีอัตราการตกสูงสุดช่วงวันที่ 12 - 13 สิงหาคม มีสีสันสวยงาม เกิดจากเศษฝุ่นละอองที่ดาวหางสวิฟท์-ทัตเทิล (109P/Swift-Tuttle) เหลือทิ้งไว้ในวงโคจร เมื่อโลกโคจรตัดผ่านเข้าไปในบริเวณที่มีเศษฝุ่นดังกล่าว จะดึงดูดเศษฝุ่นเหล่านี้เข้ามาในชั้นบรรยากาศ เกิดการลุกไหม้เป็นแสงสว่างวาบบนท้องฟ้า เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ไม่มีผลกระทบต่อโลก